Custom Search

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไอโฟน ฟีเวอร์ คอมมูนิคเอเชีย 2009 '' ชำแหละไส้ใน iPod Nano 5G




ไอโฟน ฟีเวอร์ คอมมูนิคเอเชีย 2009

งานคอมมูนิคเอเชีย 2009 ที่จัดขึ้น ณ สิงคโปร์ที่เปิดฉากแล้ววันนี้(16 มิ.ย.) เพียงสัปดาห์เดียวหลังจากที่แอ๊ปเปิ้ล อิงค์ เปิดตัว "ไอโฟน3จีเอส"

เพราะปฏิบัติการกระฉ่อนโลกของ"ไอโฟน3จีเอส"และการดั๊มพ์ราคาไอโฟนเหลือ3,500บาทของแอ๊ปเปิ้ลกลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญ เขย่าทั้งอุตสาหกรรมให้ยิ่งขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดมากขึ้น

งานคอมมูนิคเอเชีย 2009 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ ที่เปิดฉากแล้ววันนี้ (16 มิ.ย.) เพียงสัปดาห์เดียวหลังจากที่แอ๊ปเปิ้ล อิงค์ เปิดตัว "ไอโฟน3จีเอส" ที่มาพร้อมกล้องวีดิโอ และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงกว่ารุ่นก่อนๆ จึงถูกจับตามองจากสายตาทุกคู่ทั่วโลกว่าจะได้รับ "แรงสะเทือน" จากปรากฏการณ์ "ไอโฟน" มากน้อยเพียงใด

ปรากฏการณ์ท้าชิง "ไอโฟน"

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า บรรดาผู้ผลิตมือถือ ต่างตั้งอกตั้งใจที่จะขนเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดมาอวดโฉมกันในงานแสดงเทคโนโลยีสื่อสารงานนี้ งานที่ได้ชื่อว่า "ใหญ่ที่สุด" ในภูมิภาคเอเชีย ด้วยความคาดหวังที่ไม่ต่างกันว่า จะสามารถเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิง "สู้" กับปรากฏการณ์ไอโฟน

นักวิเคราะห์ในวงการสื่อสารโลก กล่าวว่า คู่แข่งในวงการมือถือต่างถูกทิ้งให้ตามหลังไอโฟน เพราะทันทีที่ไอโฟนรุ่นใหม่ประกาศตัว พร้อมแคมเปญลดราคาแบบต่ำสุด ทำให้เกิดแฟนคลับไอโฟนกลุ่มใหม่ขึ้นมาอีกมากมาย ด้วยความชอบในดีไซน์สุดล้ำ หน้าจอทัชสกรีน และแอพพลิเคชั่นที่ตามมาอีกนับไม่ถ้วน กลายเป็น "สมาร์ทโฟน" ตัวเก่ง ที่มาพร้อมกับการใช้งานด้านมัลติมีเดียที่หลากหลาย เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกเวลา ทำงานบนเครือข่าย 3จี ความเร็วสูง เสมือนหนึ่งเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กๆ ขนาดพกพา

สำนักวิจัยการ์ทเนอร์ ระบุว่า ต้องขอบคุณ "ไอโฟน" และแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ที่ได้พัฒนาโปรดักท์ กระทั่งแอ๊ปเปิ้ลขึ้นเป็นเบอร์ 3 ของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็ว มียอดขายราว 18.66 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่ไอโฟนเปิดตัวเมื่อปี 2550

ทั้งนี้ ทำให้การแข่งขันในตลาดดุเดือดมากขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อบรรดาผู้ผลิตในภูมิภาคเอเชีย ต่างก็งัดเทคโนโลยีเด่นออกมาเพื่อชิงชัย และเก็บส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มสมาร์ทโฟนเข้ากระเป๋าตัวเองด้วยเช่นกัน

รายใหญ่มุ่งโชว์สมาร์ทโฟน

"ในเอเชีย แปซิฟิก ที่นี่คือสถานที่โชว์เทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุด มันจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพวกเขาที่ต้องงัดจุดเด่น จุดแข็งออกมาโชว์ผ่านงานคอมมูนิคเอเชีย" มาร์ค เอิร์นสไตร์น ผู้จัดการส่วนธุรกิจโมบาย และสื่อสารไร้สาย บริษัทฟรอส แอนด์ ซัลลิแวน กล่าว

ซัมซุง ยักษ์มือถือแดนกิมจิ เบอร์ 2 รองจากโนเกีย เป็นหนึ่งในรายใหญ่ที่ขนเทคโนโลยีมือถือมาโชว์ภายในงาน โดยคาดหวังว่าจะเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด คราวนี้จึงเลือกเวทีคอมมูนิคเอเชียเปิดตัวระดับโลกให้แก่มือถือโมเดลใหม่ "ซัมซุง เจ็ต" พร้อมกัน 3 ประเทศ ได้แก่ ลอนดอน, สิงคโปร์ และดูไบ ชูเป็น "ไฮไลต์" ของงาน ด้วยคอนเซปต์ "Smarter than Smartphone"

ขณะที่ "แอลจี" เพื่อนจากดินแดนเดียวกัน รั้งเบอร์ 3 ตามหลังซัมซุงในส่วนของยอดขายมือถือทั้งหมด รวมถึงมือถือรุ่นโลว์เอ็นด์ ก็หวังเช่นกันว่า จะดึงความสนใจของคนร่วมงานมายังนวัตกรรมล่าสุดของแอลจีได้เหนือคู่แข่งอย่าง "โซนี่ อีริคสัน"

ส่วน "อาร์ไอเอ็ม" เจ้าของแบล็คเบอรี่อันโด่งดัง ก็ไม่พลาดที่จะขนโปรดักท์เข้ามาร่วมโชว์ภายในงาน แม้ว่าจะไม่ได้เปิดตัวรุ่นใหม่ ส่วนยักษ์เบอร์หนึ่งอย่าง "โนเกีย" ไม่ได้มาร่วมโชว์ภายในงานนี้ โดยเลี่ยงไปจัดงานโชว์ของตัวเองภายนอก

ตลาดสมาร์ทโฟนเอเชียพุ่ง

พร้อมกันนี้ มีรายงานยอดขายของสมาร์ทโฟนในภูมิภาคเอเชียว่า เติบโตขึ้น 26.5% หรือ 228 ล้านเครื่อง ขณะที่ตลาดมือถือเติบโตเพิ่มขึ้น 13.74% ในปี 2551

นักวิเคราะห์ ให้ความเห็นว่า อัตราการเติบโตนี้เป็นไปตามจริง เพราะราคาของสมาร์ทโฟนในเอเชียแปซิฟิก ปรับลดลงมามากจนถึงกลุ่มลูกค้าทั่วไป เพราะโอเปอเรเตอร์ใช้วิธีซับซิไดซ์ตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สร้างประสบการณ์ใช้งาน และได้ใช้แอพพลิเคชั่นระดับสูงๆ ได้

"โรเบิร์ต คอซซ่า" นักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์ ระบุว่า ไอโฟน ถือเป็นตัวแปรหลัก ที่ดันให้ตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตสูงขึ้น และทุกคนต่างก็พุ่งความสนใจมาที่ตลาดนี้โดยพร้อมเพรียงกัน

"มันเหมือนกับว่า แอ๊ปเปิ้ล ได้ปลุกอุตสาหกรรมขึ้น บนแนวคิดนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ และระบบปฏิบัติการ แอ๊ปเปิ้ลได้กลายเป็นผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนกฎแห่งการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟน และมือถือ" คอซซ่า กล่าว

สมาร์ทโฟนโต มือถือลดลง

ทั้งนี้ การ์ทเนอร์ ประเมินว่า ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะเติบโตขึ้น 27% ในปีนี้ หรือประมาณ 107 ล้านเครื่อง ขณะที่ตลาดมือถือทั้งหมดกลับดูเหมือนจะปรับตัวลดลง 4% หรือประมาณ 1.17 พันล้านเครื่องเหมือนกับปีที่แล้ว

นักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์ ยังระบุด้วยว่า จุดแข็งหนึ่งของสมาร์ทโฟน คือ กำไรต่อเครื่อง "มากกว่า" มือถือ และสำหรับผู้ให้บริการแล้ว พวกเขาสามารถสร้างรายได้จากบริการด้านข้อมูล โดยเฉพาะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การแลกเปลี่ยนไฟล์ข้อมูล เช่น รูปภาพ และภาพเคลื่อนไหว ซึ่งถือเป็นบริการหลักที่สร้างรายได้ให้กับโอเปอเรเตอร์อย่างมหาศาล

"วันนี้ใครๆ ก็ต้องการอยู่บนเว็บได้ตลอดเวลา เมื่อสองปีก่อน เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป รวมถึงกลุ่มผู้ใช้เชิงธุรกิจ ที่หันมาใช้ดีไวซ์ระดับสูงมากขึ้น เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่เล็งเห็นถึงประโยชน์ที่เขาได้รับมากกว่า โดยเฉพาะการเชื่อมต่อสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกเวลา"







ชำแหละไส้ใน iPod Nano 5G

และตามธรรมเนียม เวลาที่มีแก็ดเจ็ต (Gadget) ใหม่ๆ ออกมา ทางบริษัท iFixit จะต้องขอชำแหละก่อนชาวบ้านทุกครั้ง ล่าสุดเพียงแค่วันเดียว ทางเว็บไซต์ก็ได้สำรวจไส้ในของ iPod nano รุ่นที่ 5 เพื่อออกมาเผยแพร่ทางเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว ภายใต้ตัวถังเล็กแบนขนาดนี้มีอะไรบ้างต้องไปดูกัน

iFixit ได้ชำแหละเปิดไส้ไอพอดนาโนรุ่นที่ 5 ออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยทางบริษัทกล่าวว่า ด้วยความที่ตัวถังของเครื่องแบนบางขนาดนั้น ประกอบกับหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ภายในของส่วนที่เหลืออัดแน่นด้วยวงจรต่างๆ ที่ทำให้มันสามารถทำงานได้สารพัดดังที่เราเห็น สำหรับรายละเอียดภายในที่ได้มีการเปิดเผยออกมาโดย iFixit สรุปคร่าวๆ ได้ว่า

ไอพอดนาโนรุ่นนี้ใช้หน่วยความจำแฟลชที่ผลิตโดยบริษัทโตชิบา

แอปเปิ้ลจะไม่สามารถใส่กล้องตัวใหญ่กว่านี้เข้าไปได้หากไม่ลดขนาดของอุปกรณ์อื่นๆ

ใช้ลำโพงแบบเดียวกับที่อยู่ในไอพอดทัช เสียงออกจากบริเวณคอนเน็คเตอร์ที่ใช้ติดตั้งกับแท่นด็อคกิ้ง

ฮาร์ดแวร์ของส่วนแสดงผลมีพื้นที่ใหญ่กว่ารุ่นที่ 4 ประมาณ 17.5%

ส่วนของ Clickwheel สามารถถอดออกมาได้ โดยมันได้รับการออกแบบใหม่หมดไม่เหมือนรุ่นก่อนเลย ซึ่งรุ่นเมื่อสามปีก่อน ที่มันจะเกาะติดกับแผงวงจร หากเกิดความเสียหายต้องเปลี่ยนทั้งบอร์ด แต่รุ่นหลังๆ Clickwheel จะแยกออกจากบอร์ดแล้ว สำหรับส่วนของหน้าครอบแก้วใสบนหน้าจอแสดงผลจะมีความทนทานมาก โดยมันจะไม่แตก หรือรอยขีดข่วนเกิดขึ้นโดยง่าย ว่ากันว่า การทำให้มันแตกได้นั้นต้องใช้แรงกดทับมากพอสมควร

ขนาดของลำโพงที่อยู่ภายในมีความหนาเพียง 1 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่ก็สามารถส่งเสียงออกมาให้ได้ยินได้ แต่คงคาดหวังเรื่องคุณภาพมากไม่ได้ เล็กขนาดนี้แค่ทำเสียงออกมาให้ได้ยินก็อึ้งแล้ว มาดูในส่วนของกล้องวิดีโอ ซึ่งไม่รวมอยู่บนบอร์ดอีกเช่นกัน แต่การถอดมันออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ข้อสรุปอีกประการหนึ่งที่ iFixit ค้นพบจากการชำแหละเจ้า iPod nano 5G ก็คือ วงจรของไอพอดนาโนบางกว่าส่วนของกล้องดิจิตอลที่ติดตั้งอยู่ใน iPhone เสียอีก ข้อเท็จจริงนี้ก็จะตรงกับที่จอบส์ให้สัมภาษณ์ไว้ถึงสาเหตุที่ทำให้กล้องของไอพอดนาโนถ่ายวิดีโอได้อย่างเดียว


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น